ข้อมูล นาย สาคร เกี่ยวข้อง

รูปภาพของฉัน
ประวัติ สส.สาคร เกี่ยวข้อง -บุตร นายกงซิ่น นางดลใจ เกี่ยวข้อง -สมรส กับ นาง เพชรารัตน์ เกี่ยวข้อง(จิวากานนท์) -มีบุตร ๑ คน ดช.สถาปนา เกี่ยวข้อง ประวัติการศึกษา มัธยมศึกษา :โรงเรียนอำมาตย์พานิชนุกูล จ.กระบี่ เตรียมอุดมศึกษา :โรงเรียนสันติราษฎร์ วิทยาลัย กทม.ปริญญาตรี :เศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กรุงเทพฯ ปริญญาโท บริหารธุรกิจมหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยราชภัฎภูเก็ต ตำแหน่งปัจจุบัน : -สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร -โฆษกกรรมาธิการกิจการองค์กรตามรัฐธรรมนูญ รัฐวิสาหกิจ องค์การมหาชน และกองทุน สภาผู้แทนราษฎร -กรรมาธิการการพลังงาน สภาผู้แทนราษฎร -การทำงานที่ผ่านมา:-เป็นรองประธานสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดกระบี่ -เป็นสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดกระบี่-อดีตกรรมการบริหารหอการค้า จ.กระบี่-

วันอังคารที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2552

บอกข่าวเล่าเรื่อง ตอนที่ 3

โครงการนี้คืออะไร
โครงการจ่ายเงินเบี้ยยังชีพให้แก่ผู้สูงอายุ ที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป เดือนละ 500 บาท
หลักการและเหตุผล

เพื่อสร้างหลักประกันรายได้เป็นการตอบแทนการทำงานหนักมาตลอดชีวิตให้แก่ผู้สูงอายุอย่างเป็นระบบ และกระตุ้นการใช้จ่ายภายในประเทศ

ผู้ได้รับผลประโยชน์

ผู้สูงอายุสัญชาติไทย ที่มีอายุ 60 ปี บริบูรณ์ขึ้นไป โดยเป็นผู้ที่เกิดก่อนวันที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2492 และต้องไม่เป็นผู้ได้รับสวัสดิการหรือสิทธิประโยชน์อื่นใดจากหน่วยงานของรัฐ รัฐวิสาหกิจ หรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

วิธีการดำเนินการ

รัฐบาลให้องค์การปกครองส่วนท้องถิ่นดำเนินการตรวจสอบคุณสมบัติผู้สูงอายุ จัดทำทะเบียนประวัติ และรายชื่อให้แก่กรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อโอนเงินให้แต่ละเขตการปกครองโดยโอนเงินหรือจ่ายเงินสดผ่านบัญชีธนาคารให้กับผู้สูงอายุเป็นรายเดือน เดือนละ 500 บาท

กำหนดการดำเนินงาน

ผู้สูงอายุจะได้รับเบี้ยยังชีพ ตั้งแต่เดือนเมษายน 2552 เป็นต้นไป

ติดต่อผู้รับผิดชอบ

กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทย โทร. 0-2241-9000 หรือ www.thailocaladmin.go.th

วันอาทิตย์ที่ 2 สิงหาคม พ.ศ. 2552

บอกข่าวเล่าเรื่อง ตอนที่ 2

โครงการที่จะนำมาเล่าให้พี่น้องประชาชนได้รับทราบในวันนี้คือโครงการเรียนฟรี 15 ปี ซึ่งเป็นอีกโครงการหนึ่งที่รัฐบาลได้ให้ความสำคัญกับ การศึกษา เหตุผลเพราะว่าการศึกษาเป็นสิ่งที่สำคัญที่จะทำให้มีการพัฒนาไปในทุกๆด้าน อนาคตของเด็กเยาวชนหากมีการส่งเสริมและช่วยเหลือทางด้านการศึกษาก็ย่อมที่จะนำพาประเทศไปในทิศทางที่ดีขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

นโยบายเรียนฟรี 15 ปี อย่างมีคุณภาพ ตั้งแต่อนุบาลไปจนถึงมัธยมศึกษาตอนปลาย ของกระทรวงศึกษาธิการด้วยรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. ๒๕๕๐ มาตรา ๔๙ ได้บัญญัติว่าบุคคลย่อมมีสิทธิเสมอกันในการรับการศึกษาไม่น้อยกว่าสิบสองปี ที่รัฐจะต้องจัดให้อย่างทั่วถึงและมีคุณภาพโดยไม่เก็บค่าใช้จ่ายและพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๒ แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๕ มาตรา ๑๐ วรรค ๑ บัญญัติว่าการจัดการศึกษาต้องจัดให้บุคคลมีสิทธิและโอกาสเสมอกันในการรับการศึกษาขั้นพื้นฐานไม่น้อยกว่าสิบสองปีที่รัฐจะต้องจัดให้อย่างทั่วถึง และมีคุณภาพโดยไม่เก็บค่าใช้จ่ายซึ่งเป็นข้อกำหนดที่เกี่ยวกับการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน ประกอบกับคำแถลงนโยบายของคณะรัฐมนตรี ได้กำหนดเป็นนโยบายเร่งด่วนที่จะเริ่มดำเนินการตามเจตนารมณ์ดังกล่าวในปีแรก โดยกำหนดไว้ใน ข้อ ๑.๓ การลดภาระค่าครองชีพของประชาชน ข้อ ๑.๓.๑ ว่าให้ทุกคนมีโอกาสได้รับการศึกษาฟรี ๑๕ ปี โดยสนับสนุนตำราในวิชาหลักให้แก่ทุกสถานศึกษา จัดให้มีชุดนักเรียนและอุปกรณ์การเรียนฟรีให้ทันปีการศึกษา ๒๕๕๒ และสนับสนุนค่าใช้จ่ายอื่น ๆ เพื่อชดเชยรายการต่าง ๆ ที่สถานศึกษาเรียกเก็บจากผู้ปกครองอีกทั้งนโยบายของรัฐด้านการศึกษา ข้อ ๓.๑.๔ กำหนดว่า จัดให้ทุกคนมีโอกาสได้รับการศึกษาฟรี ๑๕ ปี ตั้งแต่อนุบาลไปจนถึงมัธยมศึกษาตอนปลาย พร้อมทั้งเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการให้เกิดความเสมอภาคและความเป็นธรรมในโอกาสทางการศึกษาแก่ประชาชนในกลุ่มผู้ด้อยโอกาส ทั้งผู้ยากไร้ ผู้พิการหรือทุพพลภาพผู้อยู่ในสภาวะยากลำบาก ผู้บกพร่องทางร่างกายและสติปัญญา และชนต่างวัฒนธรรม รวมทั้งยกระดับการพัฒนาศูนย์เด็กเล็กในชุมชน

โครงการนี้คืออะไร

โครงการสนับสนุนให้นักเรียนทุกคนเรียนฟรี 15 ปี ตั้งแต่ระดับอนุบาลถึงระดับ ม. 6

หลักการและเหตุผล

เพื่อสร้างโอกาสทางการศึกษาให้นักเรียนทุกคนอย่างทั่วถึงและเท่าเทียม อีกทั้งเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจโดยลดภาระค่าใช้จ่ายของผู้ปกครอง เป็นการเพิ่มกำลังซื้อภายในประเทศ

ผู้ได้รับผลประโยชน์

นักเรียนในสายสามัญและอาชีพ ตั้งแต่ระดับอนุบาลถึงระดับมัธยมศึกษาปีที่ 6 จำนวนกว่า 12 ล้านคน ใน 40,000 โรงเรียนทั่วประเทศ

วิธีการดำเนินการ

โอนงบประมาณผ่านสถานศึกษาและหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง เป็นค่าหนังสือ เครื่องแบบนักเรียนอุปกรณ์การเรียน และค่าใช้จ่ายกิจกรรมพัฒนาคุณภาพผู้เรียน โดยนักเรียน / ผู้ปกครองรับเงินสด สำหรับค่าเครื่องแบบนักเรียนคนละ 2 ชุด และอุปกรณ์การเรียนคนละ1 ชุด

กำหนดการดำเนินงาน

ให้เสร็จสิ้นภายใน 16 พฤษภาคม 2552 (ก่อนเปิดเทอมปีการศึกษา 2552)

ติดต่อผู้รับผิดชอบ

สำนักนโยบายและแผนการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ โทร. 0-2280-2935, 0-2281-1956, 0-2282-1319 และ 0-2288-5853 www.obec.go.th

เรียนฟรี 15 ปี

งบประมาณ: 19,001 ล้านบาท

เบิกจ่ายไปแล้ว 15,742 ล้านบาท

โครงการมีการเบิกจ่ายคิดเป็นร้อยละ 57 ของงบประมาณที่จัดสรรสู่สถานศึกษา

วันจันทร์ที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2552

บอกข่าวเล่าเรื่อง ตอนที่ 1

สส.สาคร เกี่ยวข้อง ได้บอกข่าวเล่าเรื่องว่าอยากให้พี่น้องประชาชนได้รับทราบนโยบายที่ดี ในโครงการต่าง ๆ นั้น เพื่อให้ประชาชนได้รับรู้รับทราบถึงที่ไปที่มาและมีส่วนร่วมในโครงการต่างๆ ของรัฐบาล วันนี้ได้มีโครงการที่ดีที่จะมาบอกกล่าวกับพี่น้องประชาชนคือโครงการ ต้นกล้าอาชีพ เป็นโครงการที่รัฐบาลต้องการฝึกอาชีพและสร้างงานให้กับพี่น้องประชาชนที่ว่างงาน หรือพี่น้องที่กำลังจะถูกเลิกจ้าง และนักศึกษาที่จบใหม่เป็นจำนวน 500,000 คน ซึ่งถือได้ว่าเป็นโครงการที่ดีที่จะต้องบอกกล่าวให้พี่น้องประชาชนได้รับทราบ





โครงการนี้คืออะไร
โครงการฝึกอบรมอาชีพและสร้างงานให้แก่ผู้ว่างงาน ผู้กำลังจะถูกเลิกจ้างงาน และนักศึกษาจบใหม่จำนวน 500,000 คน
หลักการและเหตุผล
เพื่อลดปัญหาการว่างงานอันเนื่องมาจากภาวะวิกฤติเศรษฐกิจหดตัว อีกทั้งเป็นการสนับสนุนการสร้างอาชีพอิสระ เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจระดับฐานรากในชุมชน
ผู้ได้รับผลประโยชน์
ผู้ว่างงาน ผู้กำลังอยู่ในข่ายจะถูกเลิกจ้างงาน และนักศึกษาจบใหม่ รวมทั้งสิ้น 500,000 คน โดยใน 6 เดือนแรก จนถึง 30 กันยายน 2552 จะให้บริการได้ 240,000 คน
วิธีการดำเนินการ
จัดฝึกอบรมความรู้พื้นฐานและความสามารถในการประกอบอาชีพ โดยผู้เข้ารับฝึกอบรมจะได้รับเบี้ยเลี้ยงระหว่างอบรมไม่เกิน 1 เดือนและเงินอุดหนุนเพื่อประกอบอาชีพเป็นเวลาไม่เกิน 3 เดือน จำนวน 4,800 บาท/คน/เดือน รวมถึงค่าเดินทางอีกจำนวนหนึ่ง
กำหนดการดำเนินงาน
ระยะแรก ลงทะเบียนตั้งแต่ 18 มี.ค. 2552 จำนวน 240,000 คน ระยะที่สอง ลงทะเบียนตั้งแต่ ก.ย. 2552 จำนวน 260,000 คน
ติดต่อผู้รับผิดชอบ
สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีสายด่วน 1111
www.tonkla-archeep.com
ต้นกล้า อาชีพ
งบประมาณ: 6,900 ล้านบาท
เบิกจ่ายไปแล้ว 1,831.3 ล้านบาท
มีผู้เข้าร่วมโครงการแล้วทั้งสิ้น 172,939 คน

วันจันทร์ที่ 6 กรกฎาคม พ.ศ. 2552

สส.สาคร เกี่ยวข้อง ได้เข้าร่วมสัมมนา โครงการการเสริมสร้างและเผยแพร่ความรู้ความเข้าใจทางการเมืองการปกครอง


สส.สาคร เกี่ยวข้อง ได้เข้าร่วมสัมมนา โครงการการเสริมสร้างและเผยแพร่ความรู้ความเข้าใจทางการเมืองการปกครอง ในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขแก่ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและผู้ปกครองท้องที่ โดยความร่วมมือของ รัฐสภา กระทรวงมหาดไทย สถาบันพระปกเกล้า ในการนี้ ได้พบปะกับพี่น้อง ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ที่มาจากจังหวัดกระบี่ด้วย

สส.สาคร เกี่ยวข้อง ทำหนังสือถึง รมว.วัฒนธรรม ให้เร่งตรวจสอบเปลือกหอยโบราณ




วันพฤหัสบดีที่ 11 มิถุนายน พ.ศ. 2552

สส.สาคร เกี่ยวข้อง ได้เข้าศึกษา หลักสูตรการเมืองการปกครองในระบอบประชาธิปไตยสำหรับนักบริหารระดับสูง รุ่นที่ 13 สถาบันพระปกเกล้า


นักศึกษาหลักสูตรการเมืองการปกครองในระบอบประชาธิปไตยสำหรับนักบริหารระดับสูง รุ่นที่ 13 มีทั้งนักการเมืองระดับต่างๆ ข้าราชการ ภาคเอกชน ต่าง ๆ มาเข้าศึกษาในหลักสูตรนี้ด้วย

สส.สาคร เกี่ยวข้อง ได้สอบถามความคืบหน้าโครงการก่อสร้างสะพานเชื่อมเกาะลันตาน้อย เกาะลันตาใหญ่ จังหวัดกระบี่