ข้อมูล นาย สาคร เกี่ยวข้อง

รูปภาพของฉัน
ประวัติ สส.สาคร เกี่ยวข้อง -บุตร นายกงซิ่น นางดลใจ เกี่ยวข้อง -สมรส กับ นาง เพชรารัตน์ เกี่ยวข้อง(จิวากานนท์) -มีบุตร ๑ คน ดช.สถาปนา เกี่ยวข้อง ประวัติการศึกษา มัธยมศึกษา :โรงเรียนอำมาตย์พานิชนุกูล จ.กระบี่ เตรียมอุดมศึกษา :โรงเรียนสันติราษฎร์ วิทยาลัย กทม.ปริญญาตรี :เศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กรุงเทพฯ ปริญญาโท บริหารธุรกิจมหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยราชภัฎภูเก็ต ตำแหน่งปัจจุบัน : -สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร -โฆษกกรรมาธิการกิจการองค์กรตามรัฐธรรมนูญ รัฐวิสาหกิจ องค์การมหาชน และกองทุน สภาผู้แทนราษฎร -กรรมาธิการการพลังงาน สภาผู้แทนราษฎร -การทำงานที่ผ่านมา:-เป็นรองประธานสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดกระบี่ -เป็นสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดกระบี่-อดีตกรรมการบริหารหอการค้า จ.กระบี่-

วันอาทิตย์ที่ 20 มิถุนายน พ.ศ. 2553

สส.สาคร เกี่ยวข้อง รุดตรวจสอบการระเบิดหินเขาวังหมี


นาย สาคร เกี่ยวข้อง ส.ส.กระบี่ รุดตรวจเขาโต๊ะช่อง หลังจากบ้านร้องเรียน แรงระเบิดหินเขาวังหมี ทำหินงอกหินย้อยหักพัง
เมื่อวันที่ 8 มิถุนายน 2553 เวลา 15.00 น.นายสาคร เกี่ยวข้อง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกระบี่พรรคประชาธิปัตย์ พร้อมด้วย นายนิวัฒน์ วัฒนยมนาพร กรรมการสภาวัฒนธรรมจังหวัดกระบี่ ได้เดินทางไปที่บริเวณเพิงผา เขาโต๊ะช่อง ม.3 ต.ทับปริก อ.เมือง จ.กระบี่ ภายหลังจากที่ได้รับการร้องเรียนจากชาวบ้านว่า ได้มีหินงอกหินย้อยที่อยู่บริเวณปากถ้ำเขาโต๊ะช่องหนักประมาณ 100 กิโลกรัม หักหล่นและลงมา คาดว่าเกิดจากแรงระเบิดหินที่เขาหน้าวังหมี ซึ่งอยู่หางจากบริเวณดังกล่าวประมาณ 200 เมตร


นายสาคร เกี่ยวข้อง สส.กระบี่ กล่าวภายหลังการสำรวจบริเวณเขาโต๊ะช่อง พบว่า หินงอกหินย้อยที่หล่นลงมานั้นเพิ่งหล่นลงมาไม่นาน เนื่องจากรอยแตกยังใหม่ๆอยู่ คาดว่าเกิดจากแรงสั่นสะเทือน ขณะมีการระเบิดหินเขาหน้าวังหมีอย่างต่อเนื่อง ซึ่งภายหลังนี้ก็จะรวบรวมหลักฐานจากผู้ร้องรียน หลักฐานการขอสัมปทาน และหลักฐานการค้นพบวัตถุโบราณบริเวณเทือกเขาหน้าวังหมี และบริเวณใกล้เคียง เนื่องจากเท่าที่ทราบนั้นพบว่ามีเงื่อนงำอยู่หลายประการ


โดยเฉพาะหลังจากที่กรมศิลปากรได้ยืนยันว่า เขาหน้าวังหมีเป็นแหล่งโบราณคดี แต่ยังมีการระเบิดหินอยู่ ซึ่งตนจะได้นำเรื่องดังกล่าวตั้งกระทู้ถามต่อนายกรัฐมนตรี ในโอกาสเปิดสมัยประชุมสภาสมัยหน้า ว่าการสัมปทานถูกต้องหรือไม่ และมีความคืบหน้าอย่างไร รวมถึงเรื่องที่มีการยืนยันจากกรมศิลปว่าบริเวณดังกล่าว มีการขุดค้นพบวัตถุโบราณ ล้ำค่าทางประวัติศาสตร์ แต่ทำไม่หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จึงยังมีการอนุญาตให้มีการระเบิดหินกันอยู่ โดยไม่ได้สั่งระงับแต่อย่างไร ซึ่งตนจะทำเรื่องนี้ให้กระจ่าง

วันอาทิตย์ที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2553

สส.สาคร เกี่ยวข้อง ได้ตั้งกระทู้ถามถึงการแก้ไขปัญหาการพัฒนาแหล่งน้ำ ต.คลองหิน อ.อ่าวลึก จ.กระบี่


วันที่ ๑ เมษายน ๒๕๕๓ ที่สภาผู้แทนราษฎร สส.สาคร เกี่ยวข้อง ได้ ยื่นกระทู้ถามถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เรื่องการพัฒนาแหล่งน้ำใน ต. คลองหิน อ.อ่าวลึก จ.กระบี่ เนื่องจากเป็นปัญหาที่มีผลกระทบต่อพี่น้องประชาชนรวมถึงปัญหาภัยแล้ง และการขาดแคลนน้ำในการ อุปโภคบริโภค หากมีการแก้ไขปัญหาอย่างเป็นระบบแล้วก็จะเกิดประโยชน์กับพี่น้องประชาชนมาก ซึ่งทาง สส.สาคร เกี่ยวข้อง ได้กล่าวว่า เป็นห่วงความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชนในทุก ๆ เรื่องหากมีปัญหาใด ที่จะให้ สส.สาคร เกี่ยวข้อง ได้ช่วยเหลือประสานงาน ให้ก็พร้อมและยินดีรับใช้ พี่น้องประชาชน ด้วยความยินดียิ่ง

วันจันทร์ที่ 1 มีนาคม พ.ศ. 2553

สส.สาคร เกี่ยวข้อง ขอเชิญพี่น้องประชาชน ร่วมกันสร้างการเมืองคุณภาพ บริจาคภาษี เพื่อพัฒนาพรรคการเมือง

๓ มีนาคม ๒๕๕๓ ที่พรรคประชาธิปัตย์ สส.สาคร เกี่ยวข้อง กล่าวว่า พรรคประชาธิปัตย์ถือได้ว่าเป็นสถาบันทางการเมืองที่ก่อตั้งมาเป็นระยะเวลาที่ยาวนานมีสมาชิกเป็นจำนวนมาก ให้พี่น้องประชาชนได้มีส่วนร่วมในทางการเมืองหลาย ๆ ด้าน การร่วมบริจาคภาษีก็เป็นการสร้างการมีส่วนร่วมในทางการเมืองอีกประการหนึ่งที่ให้พี่น้องร่วมสร้างร่วมพัฒนาพรรคการเมือง พรรคประชาธิปัตย์เป็นพรรคการเมืองที่มิได้ตั้งมาเพื่อการเฉพาะกิจ หรือเพื่อใครคนใดคนหนึ่ง แต่เป็นพรรคการเมืองที่เกิดขึ้นเพื่อรับใช้พี่น้องประชาชนทุกคน ดังคำที่กล่าวคือ ประชาชนต้องมาก่อน จึงอยากฝากพี่น้องประชาชนให้เข้ามามีส่วนร่วมในทางการเมืองส่วนร่วมกับพรรคประชาธิปัตย์ โดยไม่ต้องจ่ายเงินเพิ่มแต่อย่างใด เงินที่บริจาค ๑๐๐ บาท จะหักจากเงินภาษีที่พี่น้องจะต้องจ่ายให้กับรัฐอยู่แล้ว

สส.สาคร เกี่ยวข้อง ตั้งกระทู้ถาม รมว.คมนาคม เรื่อง บขส.จังหวัดกระบี่


วันที่ ๒๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๓ สส.สาคร เกี่ยวข้อง กล่าวว่าความเดือนร้อนของพี่น้องประชาชน ในทุกเรื่องที่ ได้รับมาจากพี่น้องประชาชนเป็นเสียงสะท้อนบอกกล่าวที่สำคัญเป็นอย่างยิ่งที่ กระผมในฐานะตัวแทนของพี่น้องประชาชน จะได้นำปัญหาต่าง ๆ มา สะท้อนผ่าน ไปยังผู้มีอำนาจจัดการแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ให้กับพี่น้องประชาชน ต่อไป ในครั้งนี้ก็เป็นอีกครั้งที่ ได้รับการร้องเรียนมาจากพี่น้องผู้ใช้บริการรถ บขส และ สถานีรถ บขส จังหวัดกระบี่ที่ได้รับความเดือดร้อน จึงเป็นที่มาที่กระผมได้ตั้งกระทู้ถาม รมว.คมนาคม
ซึ่งสรุปสาระสำคัญได้ดังนี้

กราบเรียน ประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ กระผมนายสาคร เกี่ยวข้อง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคประชาธิปัตย์ จากจังหวัดกระบี่

ท่านประธานที่เคารพ วันนี้กระผมจะมาสะท้อนปัญหาของพี่น้องประชาชนในเขตพื้นที่จังหวัดกระบี่ โดยได้ตั้งกระทู้ถามรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เรื่องการแก้ไขปัญหาการให้บริการของ บริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.) และสถานีขนส่ง จังหวัด กระบี่ ไม่มีคุณภาพในการให้บริการประชาชน

ท่านประธานครับ เนื่องจาก จังหวัด กระบี่เป็นจังหวัดที่มีศักยภาพด้านการท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก มีการพัฒนาและเติบโตด้านการท่องเที่ยวอย่างรวดเร็ว สถานการณ์การท่องเที่ยวในจังหวัดกระบี่ มีการฟื้นตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง ภายหลังประสบวิกฤตการณ์สึนามิ เมื่อปลายปี ๒๕๔๗ และกลับเข้าสู่ภาวะปกติ ในปี ๒๕๕๐ โดยมีการเติบโตเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากปี ๒๕๔๙ ถึงร้อยละ ๒๒.๖๙ มากที่สุดในภูมิภาค นักท่องเที่ยวเข้ามาในจังหวัดมีจำนวนไม่ต่ำกว่า ๑ ล้านคนต่อปี ซึ่งนอกจากการเดินทางโดยสายการบินต่างๆ แล้ว ระบบการขนส่งโดยเฉพาะการขนส่งคน ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญเป็นอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นประชาชนในพื้นที่ นักท่องเที่ยว ทั้งคนไทยและคนต่างชาติ ซึ่งจะทำให้เกิดความสะดวก ประหยัด กับพี่น้องประชาชน และนักท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก ดังนั้น หากระบบการขนส่งทางบกมีประสิทธิภาพ ย่อมทำให้เกิดความสะดวกและประหยัดต่อพี่น้องประชาชนและนักท่องเที่ยว เป็นหลีกเลี่ยงมิได้

ท่านประธานที่เคารพ แต่การให้บริการรถโดยสารประจำทางปรับอากาศ และสถานีขนส่ง จังหวัด กระบี่ กลับไม่มีคุณภาพ ไม่มีมาตรฐาน ในการให้บริการประชาชน และนักท่องเที่ยว

ไม่ว่าจะเป็นปัญหาในเรื่องสถานที่ที่ใช้ เป็นสถานีขนส่งจังหวัดกระบี่ กลับไม่มีคุณภาพ ไม่ว่าจะเป็นทางเข้าออก พื้นผิวจราจร รอบๆ สถานีขนส่ง เป็นหลุม เป็นบ่อ ก่อให้เกิดความเดือดร้อนต่อพี่น้องประชาชนเป็นอย่างมาก แม้แต่เก้าอี้นั่งรอรถโดยสารประจำทางก็มีไม่เพียงพอต่อผู้โดยสารรถประจำทาง เรื่องขยะมูลฝอยก็ไม่มีการจัดเก็บอย่างเป็นระบบ ซึ่งทำให้เสียภาพลักษณ์และบรรยากาศของเมืองท่องเที่ยว เป็นอย่างมาก

ท่านประธานที่เคารพ นอกจากสถานีขนส่งจังหวัดกระบี่ได้เกิดปัญหาต่างๆ ดังที่กล่าวมาแล้ว เรื่องรถโดยสารประจำทางของ บริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.) ที่นำมาให้บริการก็ไม่มีคุณภาพ เช่นกัน สภาพของรถเก่ามาก ไม่เหมาะแก่การใช้งาน ซึ่งอาจจะเกิดความเสียหายแก่ชีวิตและทรัพย์สินของพี่น้องประชาชนได้ กระผมจะขอยกตัวอย่างให้ท่านประธานได้เห็น ไม่ว่าจะเป็นสภาพของเครื่องยนต์ที่เก่ามาก ไม่ว่าจะเป็นเบาะเก้าอี้นั่งของผู้โดยสารมีการชำรุด ไม่เหมาะสมแก่การใช้งานเลยครับท่านประธาน

ท่านประธานครับ การให้บริการของบริษัท ขนส่ง จำกัด และสถานีขนส่งจังหวัดกระบี่ โดยหลักความเป็นจริงแล้วน่าจะเป็นการเพิ่มศักยภาพให้กับการท่องเที่ยวของจังหวัดกระบี่ ได้อีกทางหนึ่ง เช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นการบูรณาการ การพัฒนากับหน่วยงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นการจัดทำแผนที่บอกทางที่ชัดเจน การจัดทำแสงสว่างให้เพียงพอ เพื่อความปลอดภัยของผู้ใช้บริการจัดให้มีตำรวจ หรือป้อมยามตำรวจ เพื่อรองรับในการบริการพี่น้องประชาชนและนักท่องเที่ยว

ท่านประธานครับ ปัญหาต่างๆ เหล่านี้หากมีการแก้ไขปัญหาอย่างเป็นระบบ และรูปธรรมแล้ว ย่อมจะทำให้เกิดประโยชน์กับพี่น้องประชาชนและนักท่องเที่ยว เป็นอย่างมาก ประการสำคัญครับท่านประธาน จะเป็นการช่วยพัฒนา และเพิ่มศักยภาพด้านการท่องเที่ยวของจังหวัดกระบี่อีกด้วย จึงขอเรียนถามรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ว่า

๑.กระทรวงคมนาคมมีแนวนโยบายในการแก้ไขปัญหาการให้บริการของ บริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.) และสถานีขนส่ง จังหวัด กระบี่ ไม่มีคุณภาพในการให้บริการประชาชน หรือ

ไม่อย่างไร

ท่านประธานครับ พี่น้องประชาชนชาวจังหวัดกระบี่ ได้ร้องเรียนผ่านกระผมมาเป็นจำนวนมากถึงการให้บริการของ บริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.) และสถานีขนส่ง จังหวัด กระบี่ ไม่มีคุณภาพ แต่สิ่งที่ผมให้ความสนใจ กระผมถือว่า การจะแก้ไขปัญหาใดๆ การเก็บข้อมูลรายละเอียดต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น ข้อเท็จจริง สภาพปัญหาหรือข้อมูลอื่นๆ เพื่อนำมาประกอบในการวินิจฉัยสั่งการ ในการแก้ไขปัญหา ซึ่งหากมีข้อมูลที่ครบถ้วน ย่อมถือได้ว่า เป็นบันไดขั้นแรกที่จะนำไปสู่การพัฒนาที่ถูกต้อง และยั่งยืน กระผมจึงขอถามคำถามที่ ๒ ว่า

กระทรวงคมนาคมได้สั่งการให้หน่วยงานที่รับผิดชอบเก็บข้อมูล จำนวนผู้ใช้บริการ ของ บริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.) และสถานีขนส่ง จังหวัด กระบี่ เพื่อนำไปเป็นแนวทางในการพัฒนา ปรับปรุงหรือไม่อย่างไร และได้บูรณาการการร่วมกันทำงานกับหน่วยงานในกระทรวงอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องด้วยหรือไม่ อย่างไร ขอทราบรายละเอียดด้วย

ท่านประธานที่เคารพ สุดท้าย ซึ่งเป็นสิ่งที่สำคัญเช่นกัน คือเรื่องงบประมาณดำเนินการจึงขอถามคำถามที่ ๓ ว่า

ในการพัฒนาและปรับปรุงบริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.) และสถานีขนส่ง จังหวัด กระบี่ ได้จัดงบประมาณดำเนินการ ไว้หรือไม่ อย่างไร และหากมีงบประมาณเป็นจำนวนเท่าไร ขอทราบรายละเอียด

สส.สาคร เกี่ยวข้อง ให้สัมภาษณ์นิตยสารเจาะสนามนก



สรุปสาระสำคัญ


นายสาคร เกี่ยวข้อง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดกระบี่ ได้กล่าวว่า ในพื้นที่จังหวัดกระบี่ของกระผมนั้น มีพี่น้องประชาชนเลี้ยงนกกรงหัวจุกเป็นจำนวนมาก สิ่งหนึ่งที่เห็นได้อย่างชัดเจน คือ
พี่น้องผู้เลี้ยงนกกรงหัวจุกจะมีความรัก ความสามัคคีกันมาก ซึ่งมองโดยภาพรวมแล้วการเลี้ยงนกกรงหัวจุกของพี่น้องประชาชน เป็นผลดีมากกว่าผลเสีย มีการสร้างรายได้ในด้านต่างๆ อย่างหลากหลาย
ไม่ว่าจะเป็นการขายอาหาร การทำกรงนก และสร้างอาชีพอื่นๆ อีกมากมาย และที่สำคัญในขณะนี้ได้มีการจัดกิจกรรมการแข่งขันนกกรงหัวจุก ซึ่งเป็นอีกกิจกรรมหนึ่งทั้งสร้างความสามัคคี และสร้างรายได้แต่ละครั้งเป็นจำนวนมาก ซึ่งแทบจะกล่าวได้ว่าการเลี้ยงนกกรงหัวจุกนั้นเป็นประเพณีมาที่มีการเลี้ยงมาอย่างยาวนาน ซึ่งกระผมเห็นว่า เป็นการดีอย่างยิ่งที่จะต้องมาต่อสู้กันด้วยข้อมูลว่า นกกรงหัวจุกมีการเพาะเลี้ยงได้ และจะไม่สูญพันธุ์ เพื่อนำไปสู่การปลดออกจากบัญชีสัตว์ป่าสงวน ซึ่งขอเรียนต่อพี่น้องนกกรงหัวจุกว่า หากมีส่วนไหนกระผมในฐานะฝ่ายนิติบัญญัติที่สามารถช่วยผลักดันได้ก็มีความยินดีที่จะช่วยเหลือพี่น้องประชาชนต่อไป

นายสาคร เกี่ยวข้อง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัด กระบี่ เป็น ส.ส. สมัยแรกของพี่น้องจังหวัด กระบี่ การทำงานทางด้านการเมืองนั้น ได้ยึดพี่น้องประชาชนเป็นจุดศูนย์กลาง เน้นการเข้าถึงพี่น้องประชาชนอย่างใกล้ชิด เพื่อจะได้รับรู้ถึงปัญหาต่างๆ เพื่อที่จะได้นำปัญหาต่างๆ ของพี่น้องประชาชนไปแก้ไข โดยใช้กลไกของระบบรัฐสภาและสิ่งที่ยึดถือตลอดคือ ทฤษฎีคำสอนของในหลวงที่ว่า เข้าใจ เข้าถึง และพัฒนา โดยเน้นดูแลด้านการท่องเที่ยว เรื่องการเกษตร และเรื่องอื่นๆ ซึ่ง ณ ที่นี้อยากแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวในจังหวัด กระบี่ ซึ่งมีแหล่งท่องเที่ยวเป็นจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็นเกาะลันตา หาดอ่าวนาง หมู่เกาะพีพี สุสานหอย หาดนพรัตน์ธารา และอีกหลายสถานที่มากมาย ซึ่งจังหวัด กระบี่ ถือได้ว่ามีศักยภาพด้านการท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก

ปัญหาของพี่น้องผู้เลี้ยงนกกรงหัวจุก นั้น เมื่อวันที่ ๔ พฤศจิกายน ๒๕๕๒ ได้มีโอกาสพบปะกับพี่น้องผู้เลี้ยงนกกรงหัวจุก ได้มีโอกาสคุยกับ คุณสุรเชษฐ์ บุญญวัฒน์วณิชย์ นายกสมาพันธุ์ผู้เพาะเลี้ยงนกกรงหัวจุกแห่งประเทศไทย ในครั้งที่มีการประชุมคณะกรรมาธิการที่ดินทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สภาผู้แทนราษฎร ซึ่งกระผมก็เห็นว่า จากข้อมูลที่ได้รับฟังน่าจะมีการส่งเสริมให้มีการเพาะพันธุ์นกกรงหัวจุก เพื่อเป็นการสร้างอาชีพ ให้แก่บุคคลหลายๆ กลุ่ม รวมถึงการส่งเสริมการท่องเที่ยว ซึ่งกระผมเห็นว่า น่าจะเป็นจุดขายเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวอีกแนวหนึ่ง ซึ่งการต่อสู้ของพี่น้องเพื่อให้มีการยกเลิกนกกรงหัวจุกออกจากบัญชีสัตว์ป่าสงวนและคุ้มครองก็จะทำให้เป็นการส่งเสริมที่เป็นรูปธรรมมากยิ่งขึ้น และประเด็นสำคัญที่อยากจะกล่าวถึงก็คือ พี่น้องประชาชนผู้เลี้ยงนกกรงหัวจุกจะได้ไม่ต้องถูกเอารัดเอาเปรียบจากเจ้าหน้าที่ของรัฐ ก็เป็นเรื่องที่น่าเห็นใจเป็นอย่างยิ่ง

กระผมในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ จะร่วมช่วยเหลือดูแลปัญหาต่างๆ ของพี่น้องประชาชน เพื่อให้ประโยชน์เกิดขึ้นกับพี่น้องประชาชนมากที่สุด การหาทางออกให้กับพี่น้องนกกรงหัวจุก นั้น กระผมก็จะช่วยดูแล ช่วยผลักดัน ในส่วนที่กระผมพอจะช่วยเหลือได้ หรือกล่าวอีกนัยหนึ่งก็คือ กระผมขอร่วมต่อสู้กับพี่น้องประชาชน เพื่อให้ได้มาซึ่งประโยชน์ที่พี่น้องประชาชนต้องการ และผมจะขอกล่าวต่อไปว่า ทุกข์ปัญหาของพี่น้องประชาชนไม่ว่าจะเป็นเรื่องใดๆ พี่น้องประชาชนสามารถที่จะสะท้อนผ่านกระผมได้ เพื่อที่จะได้นำเสียงสะท้อนในปัญหาต่างๆ ไปแก้ไขให้กับพี่น้องประชาชนต่อไป ผมและพรรคประชาธิปัตย์ยินดีและพร้อมที่จะรับใช้ประชาชนครับ

วันพุธที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2552

สส.สาคร เกี่ยวข้องร่วมกับสภาผู้ประกอบวิชาชีพวิทยุกระจายเสียงจังหวัดกระบี่ สถานีวิทยุสองมุมเมืองเรดิโอ ร่วมกันจุดเทียนชัยถวายพระพรพระเจ้าอยู่หัว

สภาผู้ประกอบวิชาชีพวิทยุกระจายเสียงจังหวัดกระบี่ สถานีวิทยุสองมุมเมืองเรดิโอ ร่วมกันจุดเทียนชัยถวายพระพรพระเจ้าอยู่หัว มีประชาชน ร่วมพิธีจำนวน 1 พันคน จากหลายๆหมู่ ใน ต.เขาดิน อ.เขาพนม จ.กระบี่

เมื่อ เวลา 20.00น.วันที่ 4 ธ.ค.52 ที่ลานเอนกประสงค์ตลาดสองมุมเมือง (บ้ากอตง) หมู่ที่ 1 ตำบลเขาดิน อ.เขาพนม จ.กระบี่ นายชัยเลิศ ภิญโญรัตนโชติ รองผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ ในพิธีเปิดกรวยกระทงดอกไม้ถวายราสักการะ หน้าพระบรมสาทิสลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และจุดเทียนชัยถวายพระพรชัยมล เนื่องในโอกาสเฉลิมพระชนมพรรษา 82 พรรษา 5ธันวาคม 2552 เพื่อแสดงออกถึงความจงรักภักดี มีนายสาคร เกี่ยวข้อง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกระบี่ นายอาคม วรรณสัก ประธานสภาผู้ประกอบวิชาชีพวิทยุกระจายเสียง จังหวัดกระบี่

มีประชาชน นักจัดรายการวิทยุ ศิลปินท้องถิ่น ประชาชน กว่า 1 พัน จากหลายหมู่บ้าน ในตำบลเขาดิน อำเภอเขาพนม จ.กระบี่ และประชาชน ต.ไทรทอง อ.ชัยบุรี จ.สุราษฎร์ธานีที่อาณาเขตติดกัน ได้ร่วมกันจุดเทียนชัยถวายพระพร ร่วมร้องเพลงสดุดีมหาราชาและการจุดพลุสดุดี ชุดเทพไท้องค์ราชันย์ และ ชุด ธ.สถิตย์ในดวงใจคนไทยทั้งชาติ เฉลิมพระเกียรติพระองค์ท่าน เข้าร่วมจำนวน 1,000 คน ในการประกอบพิธีจุดเทียนชัยถวายพระพรพระเจ้าอยู่หัวฯเนื่องในโอกาสเฉลิมพระชนมพรรษา 82 พรรษา 5 ธันวามหาราช เพื่อแสดงออกถึงความจงรักภักดี

ดูวิดีโอได้ที่นี้

http://76.nationchannel.com/playvideo.php?id=68766

วันพฤหัสบดีที่ 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552

บอกข่าวเล่าเรื่อง ตอนการขอขึ้นทะเบียนหนี้นอกระบบ


วันนี้มีโครงการที่ดีที่ทางรัฐบาลได้จัดให้มีขึ้นเพื่อช่วยเหลือพี่น้องประชาชนที่เป็นหนี้นอกระบบโดยเปิดโครงการแก้ปัญหาหนี้นอกระบบ


ลงทะเบียนได้ภายในวันที่ 1-30 ธ.ค.52


โดยลงชื่อที่ ธ.ออมสิน-ธ.ก.ส.ทุกสาขา
ทั้งนี้ รัฐบาลจะเปิดให้ประชาชนลงทะเบียนเข้าโครงการ ตั้งแต่วันที่ 1-30 ธันวาคม 2552 ได้ที่ธนาคารออมสิน 600 สาขา และธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ทั้ง 900 สาขาทั่วประเทศ หลังจากนั้นจัดแยกประเภทหนี้ จัดลำดับความสำคัญของการเป็นหนี้ที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิต หรือหนี้เพื่อประกอบอาชีพเป็นหลัก


โดยธนาคารออมสิน และ ธ.ก.ส.พร้อมรับโอนหนี้นอกระบบเข้าเป็นหนี้ในระบบ กำหนดให้กู้รายละ 2 แสนบาท อัตราดอกเบี้ยไม่เกิน ร้อยละ 12 ต่อปี ระยะเวลาชำระคืนเงินกู้ 8 ปี โดยต้องเป็นหนี้นอกระบบก่อนวันที่ 19 พฤศจิกายน 2552 โดยใช้บุคคลค้ำประกันในการขอกู้ โดยกู้ไม่เกิน 100,000 บาท ใช้บุคคลค้ำประกัน 1 ราย และตั้งแต่ 100,000 – 200,000 บาท ใช้บุคคลค้ำประกัน 2 ราย


นอกจากนี้ยังกำหนดเงื่อนไขที่ผู้เข้าโครงการแก้ปัญหาหนี้นอกระบบจะ ต้องเข้าโครงการฝึกอบรมเพื่อเข้าสู่กระบวนการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม โครงการฟื้นฟูอาชีพ เพื่อไม่ให้ประชาชนกลับเข้าสู่วงจรการเป็นหนี้นอกระบบอีก โดย ธ.ก.ส.และธนาคารออมสิน จะจัดสรรเงินรายได้มาจัดโครงการฝึกอบรมประชาชนภาคบังคับเพื่อให้ความรู้พื้น ฐาน ปรับทัศนคติ และเข้าใจพิษภัยของการดำรงชีวิตจากหนี้นอกระบบ
สำหรับกลุ่มมิจฉาชีพเตรียมจัดทำหนี้ปลอมหรือเจ้าหนี้ปลอมเพื่อเข้า โครงการหวังกู้เงินในระบบนั้น รัฐบาลมีระบบการตรวจสอบที่ชัดเจน ดังนั้น หากพบว่ามีการให้ข้อมูลที่เป็นเท็จถือเป็นการกระทำผิดกฎหมายอาจมีโทษถึงติด คุกได้ เนื่องจากโครงการดังกล่าวนี้ รัฐบาลจะมีคณะกรรมการระดับชาติ มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธานที่ปรึกษาโครงการ มีการประสานการทำงานจากหลายหน่วยงาน ทั้งสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กรมสรรพากร เพื่อพิจารณากระบวนการดำเนินโครงการตั้งแต่การขึ้นทะเบียน การจัดหาแหล่งเงิน การกำหนดดอกเบี้ยที่เป็นธรรม กระบวนการเจรจาต่อรองกับเจ้าหนี้นอกระบบ ที่มีผู้บริหารระดับท้องถิ่นร่วมรับผิดชอบ

รัฐบาลจะดำเนินโครงการแก้ปัญหาหนี้สินนอกระบบไปจนถึงสิ้นปีงบประมาณ 2553 (30 กันยายน 2553) หลังจากนั้นจะมีการประเมินการทำงานของโครงการ คาดว่าจะมีประชาชนเข้าร่วมโครงการเพื่อขอให้รัฐบาลแก้หนี้นอกระบบเป็นหลัก ล้านราย

พี่น้องที่สนใจสามารถโหลดแบบยื่นคำขอได้ที่นี้

http://www.baac.or.th/file-upload/2009-11-19-592129857-nb1.pdf

วันจันทร์ที่ 19 ตุลาคม พ.ศ. 2552

วันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๕๒สส.สาคร เกี่ยวข้อง ตั้งกระทู้ถาม นายกรัฐมนตรี เรื่องการกัดเซาะชายฝั่ง

ด้วยความเป็นห่วงพี่น้องประชาชนในชายฝั่งอันดามัน ในพื้นที่ จ.กระบี่ จ.พังงา จ.ระนอง จ.ภูเก็ต จ.ตรัง และจ.สตูล ในปัญหาของการกัดเซาะชายฝั่งของคลื่นทะเลซึ่งได้สร้างความเดือดร้อนให้กับพี่น้องประชาชนเป็นอันมาก จึงเป็นที่มาขอการตั้งกระทู้ถามถามนายกรัฐมนตรี

สาระสำคัญ ที่ สส.สาคร เกี่ยวข้องได้ถาม กระทู้

เรื่อง ปัญหาคลื่นทะเลกัดเซาะชายฝั่ง ด้านอันดามัน จังหวัดกระบี่ จังหวัดพังงา จังหวัด

ระนอง จังหวัดภูเก็ต จังหวัดตรัง จังหวัดสตูล

กราบเรียน ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ข้าพเจ้าขอตั้งกระทู้ถาม ถามนายกรัฐมนตรี ดังต่อไปนี้

เนื่องจาก เกิดการเปลื่ยนแปลงสภาพพื้นที่แนวชายฝั่งทะเล ด้านอันดามันไม่ว่าจะเป็นจังหวัดกระบี่ จังหวัดพังงา จังหวัดระนอง จังหวัดภูเก็ต จังหวัดตรัง จังหวัดสตูล ได้ประสบปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งเป็นอย่างมาก ทำให้ที่ดิน ที่เป็นของรัฐและของประชาชนเกิดความเสียหาย ส่งผลกระทบโดยตรงต่อประชาชนที่อยู่อาศัยในพื้นที่ ซึ่งกลุ่มจังหวัดด้านฝั่งอันดามัน เป็นที่ทราบกันดีว่าเป็นพื้นที่ที่มีขีดความสามารถในด้านการท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก ดังนั้นหากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่เร่งแก้ไขปัญหา ก็ย่อมส่งผลกระทบต่อความเป็นอยู่ในเรื่องที่อยู่อาศัย วิธีชีวิตของพี่น้องประชาชนในพื้นที่ มีผลกระทบต่อศักยภาพในการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวตามธรรมชาติอีกด้วย ซึ่งก็จะก่อให้เกิดปัญหาทางด้านอื่น ๆ ตามมาอีกมากทาย จึงขอเรียนถามว่า

๑.ข้อมูล สภาพปัญหา การกัดเซาะชายฝั่งพื้นที่ด้านทะเลอันดามัน และผลกระทบอะไรบ้างที่เกิดกับพี่น้องประชาชนในพื้นที่ ขอทราบรายละเอียด

๒.รัฐบาลได้มีมาตรการอย่างไรบ้างในการแก้ไขปัญหา ได้มีแผนแม่บทในการแก้ปัญหาหรือไม่ และงบประมาณที่จะนำมาแก้ไขปัญหามีจำนวนประมาณเท่าไร หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เริ่มดำเนินการเมื่อใด จังหวัดไหนบ้าง ขอทราบรายละเอียด

๓.รัฐบาลได้จัดให้ประชาชนในพื้นที่ได้รับทราบข้อมูลในปัญหาดังกล่าวนี้หรือไม่ และ ให้ประชาชนได้มีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาดังกล่าวนี้หรือไม่อย่างไร ขอทราบรายละเอียด

วันพุธที่ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2552

สส.สาคร เกี่ยวข้อง เข้าร่วมโครงการร้องเพลงชาติ “ไทยสามัคคี ไทยเข้มแข็ง” นำร่องกระบี่เป็นจังหวัดแรกจัดอย่างยิ่งใหญ่ มวลชนร่วมนับหมื่นคนแสดงพลังรักชาติ

กระบี่ - จังหวัดกระบี่ นำร่องจังหวัดแรกจัดร้องเพลงชาติ “ไทยสามัคคี ไทยเข้มแข็ง” อย่างยิ่งใหญ่ มวลชนร่วมนับหมื่นคนแสดงพลังรักชาติ
ผู้สื่อข่าวรายงานจากจังหวัดกระบี่ว่า เวลา 18.00 น.วันที่ 20 กันยายน ตามที่ทางรัฐบาล ลงมติเมื่อวันที่ 15 กันยายน 2552 เห็นชอบให้ดำเนินโครงการ “ไทยสามัคคี ไทยเข้มแข็ง” เพื่อส่งเสริมให้คนไทยมีความสมัครสมานสามัคคี เกิดความรักชาติ ลดความขัดแย้งทางการเมือง ตลอดจนส่งเสริมสร้างภาพลักษณ์อันดีงานของประเทศไทย

โดยกำหนดเปิดโครงการในวันศุกร์ที่ 18 กันยายน 2552 เวลา 16.00-19.30 น. ณ ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล โดยมี นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน และกำหนดให้มีการจัดงานดังกล่าวทั่วประเทศ 76 จังหวัด โดยเรียงลำดับในแต่ละวัน

สำหรับจังหวัดกระบี่ ได้ถูกกำหนดให้จัดกิจกรรมเป็นจังหวัดแรก วันที่ 20 กันยายน 2552 เวลา 18.00 น. โดยได้จัดขึ้น บริเวณลานพระอาทิตย์ องค์การบริหารส่วนจังหวัดกระบี่ มีนายถาวร เสนเนียม รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานในการนำร่วมร้องเพลงชาติ มีนายศิวะ ศิริเสาวลักษณ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่

นางวรรณมาศ ศิริเสาวลักษณ์ นายกเหล่ากาชาดจังหวัดกระบี่ นายสาคร เกี่ยวข้อง ส.ส.ปชป.กระบี่ ข้าราชการ พ่อค้าและประชาชนในพื้นที่จังหวัดกระบี่ประมาณ 1 หมื่นคนร่วมในพิธี

เรื่องเล่าเมื่อวันวาน


“สาคร เกี่ยวข้อง” ส.ส.ปชป.กระบี่ ท้าเดิมพันตำแหน่ง “ณัฐวุฒิ” หากตนบงการพันธมิตรฯไล่ “มท.เป็ดเหลิม” จริง พร้อมลาออก แต่ถ้าไม่จริง “ณัฐวุฒิ” ก็ต้องลาออกด้วย
วันนี้ (4 ก.ค.) ที่ทำการสาขาพรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดกระบี่ นายสาคร เกี่ยวข้อง ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์จังหวัดกระบี่ ได้แถลงข่าวโต้ตอบ กรณีที่ ทาง นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี อดีตแกนนำ นปก.ได้ออกมากล่าวถึงกรณีที่มีกลุ่มผู้ชุมนุมประท้วงที่ จ.กระบี่ ในขณะที่ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รมว.มหาดไทย เดินทางลงพื้นที่ ว่า ได้มีคนภาคใต้ส่งข้อมูลให้ว่าในสถานที่การชุมนุมมีการกดดัน รมว.มหาดไทย ส.ส.ชื่อย่อ ส.พรรคประชาธิปัตย์คนหนึ่ง เข้าไปอยู่บริเวณดังกล่าวด้วย

พร้อมเรียกร้องให้คนในพรรคประชาธิปัตย์ ดูแลดำเนินการ แต่ก็ถูกปฏิเสธ และเรียกร้องให้ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เรียกตนมาสอบถามให้รู้แน่ว่า เวลา 20.00 น.เมื่อวันที่ 1 ก.ค.ได้อยู่ในสนามบินกระบี่ บริเวณชั้น 3 ริมระเบียงหรือไม่ พร้อมทั้งมีการถ่ายภาพบุคคลที่มาต้อนรับ รมว.มหาดไทย ขณะที่มีผู้ชุมนุมประมาณ 200 คน ถือเป็นการกดดัน ร.ต.อ.เฉลิม จริงหรือไม่

นายสาคร กล่าวว่า ขอเรียนรองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ว่า ในวันเกิดเหตุตนได้ไปอยู่ที่สนามบินจริง เพื่อเดินทางเข้ากรุงเทพฯด้วยเที่ยวบิน TG260 เวลา 21.05 น.ในวันที่ 1 ก.ค.2551 และไปถึงก่อนที่ ร.ต.อ.เฉลิม จะเดินทางมาถึงสนามกระบี่ เพื่อไปเข้าประชุมคณะกรรมาธิการสามัญประจำสภาผู้แทนราษฎร ที่ได้รับเลือกตั้งเข้ามา 2 คณะ คือ คณะกรรมาธิการพลังงาน และคณะกรรมาธิการกิจการตามองค์การรัฐธรรมนูญรัฐวิสาหกิจ และในวันที่ 2 ตนก็ได้เข้าร่วมประชุมตั้งแต่เช้า ซึ่งตนยืนยัน และให้ตรวจสอบ ไม่ว่าจะเป็นตั๋วเครื่องบิน รายชื่อผู้เดินทางในไฟล์บิน หรือการลงชื่อในที่ประชุม ซึ่งขอยืนยันว่าตนการที่ตนอยู่ที่สนามบินบริสุทธิ์ใจจริงๆไม่ได้เกี่ยวพันกับกลุ่มพันธมิตรฯ ตามที่ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ออกมากล่าวอ้าง

ส.ส.ปชป กล่าวด้วยว่า จากการที่รองโฆษกรัฐบาลสำนักงานนายกรัฐมนตรีออกมาให้สัมภาษณ์ว่าจะตัดงบประมาณทั้งหมดในส่วนของภาคใต้นั้น เป็นคำพูดที่ไม่มีความรับผิดชอบ ถ้าท่านตัดงบประมาณทางภาคใต้แล้วยังเก็บภาษีในพื้นที่ภาคใต้อยู่อีกก็ไม่สมควร ภาษีที่รัฐเก็บจากภาคใต้ เพื่อไปพัฒนาประเทศ เป็นงบประมาณของประเทศ และมีการเก็บอัตราเดียวกันทั้งประเทศ แต่ในการจัดสรรงบประมาณพัฒนาประเทศ จะมาเลือกว่าพื้นที่ใดเลือกท่านหรือเลือกพรรคของท่านแล้วให้งบประมาณในการพัฒนาจังหวัดก่อน เป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้อง เป็นความคิดของคนที่มีมันสมองขี้เลื่อย ขาดจิตสำนึก ถ้าคิดแบบนี้ก็เหมือนรัฐบาลก่อนที่เกิดปัญหา เป็นการจุดประเด็นทางการเมือง ของนักการเมืองที่ไม่มีความรับผิดชอบ เป็นผลเสียต่อรัฐบาลอย่างยิ่ง

“นักการเมืองใหม่อย่างผมถึงแม้สามัญสำนึกจะน้อย แต่ได้รับการอบรมบ่มนิสัยห้ามปฏิบัติแบบนั้นเหมือนที่โฆษกรัฐบาลสำนักงานนายกรัฐมนตรีกระทำอยู่ในขณะนี้ บ้านเกิดของท่านอยู่ที่ไหน ญาติพี่น้องอยู่ที่ไหน ผมมีจิตสำนึกอยู่ตลอดเวลา และไม่เคยลืมกำพืชของตัวเอง ท่านลืมหรือยัง พูดอะไรคิดบ้าง
”
นักการเมือง หรือรัฐบาลต้องลงมาพื้นที่ภาคใต้ให้มากขึ้น เพื่อทำความเข้าใจกับประชาชนในพื้นที่ในแต่ละจังหวัดทางภาคใต้ อย่าปล่อยให้น้ำผึ้งหยดเดียว ทำลายประชาชน เหมือนที่ท่าน มท.1กล่าวหากลุ่มพันธมิตรฯ และให้สัมภาษณ์ทางสถานีโทรทัศน์ช่องต่างๆ พูดแบบนี้ก็รู้แล้วเป็นอย่างไร มีวุฒิภาวะแค่นี้ไม่ใช่เสนาบดี

“
การที่ นายณัฐวุฒิ กล่าวหาว่า ได้ทำการตรวจสอบแล้ว ผมไม่มีส่วนที่จะเดินทางไปยังกรุงเทพฯ ไม่มีส่วนในการใช้สนามบินไม่ได้ไปรับใคร ไม่ได้ไปส่งผู้ใด ขอเรียนคุณนัฐวุฒิด้วยว่า ผมได้เดินทางไปยังกรุงเทพฯจริงๆ และตามที่ท่านชอบสาบาน ตามที่ท่านชอบท้า ผมขอท้ากลับบ้าง ว่าท่านกล้าหรือไม่โดยเอาตำแหน่งรองโฆษกรัฐบาลของท่านแลกกับตำแหน่ง ส.ส.ของผม ถ้าเป็นจริงอย่างที่ท่านกล่าวหา ผมพร้อมที่จะลาออกจากตำแหน่ง ส.ส.ทันที แต่ถ้าไม่เป็นความจริง การที่ท่านพูดเป็นการกล่าวเท็จใส่ผม นายณัฐวุฒิ พร้อมที่จะรับผิดชอบคำพูดโดยการลาออกด้วยไหม เพื่อเป็นการรับผิดชอบคำพูดที่ชอบกล่าวหาใส่ร้ายผู้อื่น”

สส.สาคร เกี่ยวข้อง เซ็นต์สัญญาการว่าจ้างบริหารจัดการ โรงแรม คราวน์ ลันตา รีสอร์ท แอนด์ สปา เกาะลันตาใหญ่ จ. กระบี่


เซ็นต์สัญญาการว่าจ้างบริหารจัดการ โรงแรม คราวน์ ลันตา รีสอร์ท แอนด์ สปา เกาะลันตาใหญ่ จ. กระบี่

กรุงเทพฯ--18 ส.ค.52--สยามแอ็ทสยาม ดีไซน์ โฮเต็ล แอนด์ สปา

นาย สาคร เกี่ยวข้อง ประธานกรรมการ โรงแรม คราวน์ ลันตา รีสอร์ท แอนด์ สปา เกาะลันตาใหญ่ จ. กระบี่ (ที่ 3 จากซ้าย) และ นาย นพดล ภูเก้าล้วน รองประธานกรรมการ (ที่ 1 จากซ้าย) ร่วมลงนามในสัญญาว่าจ้างบริหารจัดการ โรงแรม คราวน์ ลันตา รีสอร์ท แอนด์ สปา เกาะลันตาใหญ่ จ. กระบี่ กับ นาย พรพินิจ พรประภา ประธานกรรมการ สยามแอ็ทสยาม ดีไซน์ โฮเต็ล แอนด์ สปา (ที่ 4 จากซ้าย) โดยโรงแรม คราวน์ ลันตา รีสอร์ท แอนด์ สปา ได้ถูกกำหนดเป็นรีสอร์ทระดับ High-end บนเนื้อที่ 14 ไร่ ของหาดเขากวาง เกาะลันตาใหญ่ จ.กระบี่ ด้วยการตกแต่งสไตล์ไทยแต่แฝงไว้ด้วยความทันสมัย และสวยงาม ประกอบด้วย ห้องพัก 70 ห้อง และวิลล่าส่วนตัว 13 หลัง มุ่งเจาะกลุ่มลูกค้าฮันนีมูนและกลุ่มครอบครัวทั้งนักท่องเที่ยวชาวไทยและนักท่องเที่ยวชาวต่างประเทศ

วันพฤหัสบดีที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2552

คำต่อคำ ผู้แทนราษฎรของพี่น้อง จ.กระบี่ อภิปราย พรบ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2553




กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ กระผมนายสาคร เกี่ยวข้อง

สภาผู้แทนราษฎร จังหวัดกระบี่ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ วันนี้ถือได้ว่าเป็นวันที่สำคัญอีกวันหนึ่งของกระบวนการฝ่ายนิติบัญญัติ นั่นคือการพิจารณาพระราชบัญญัติ ซึ่งมีความสำคัญต่อประเทศ ต่อความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชนทั้งประเทศเช่นกัน ดังนั้น พระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2553 จึงมีความสำคัญที่ฝ่ายนิติบัญญัติจะต้องพิจารณาอย่างถี่ถ้วน รอบคอบ โดยยึดถือประโยชน์สุขของพี่น้องประชาชน โดยยึดถือประโยชน์สุขของพี่น้องประชาชนเป็นหลักสำคัญในการพิจารณา

ท่านประธานครับ ผมเห็นด้วยเป็นอย่างยิ่งในการจัดทำงบประมาณของรัฐบาลในปีงบประมาณปี พ.ศ. 2553 เหตุผลเพราะว่าผมได้ตรวจได้พิจารณารายละเอียดแล้วเป็นการจัดทำงบประมาณที่สอดคล้องกับสภาวการณ์ในปัจจุบัน

และประการสำคัญครับท่านประธาน เป็นการจัดทำงบประมาณที่สอดคล้องกับนโยบายที่ได้แถลงไว้เมื่อครั้งที่ท่านนายกรัฐมนตรี นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ได้แถลงต่อรัฐสภาไว้ เมื่อวันที่ 29 ธันวาคม 2551 ในเรื่องของภาคการท่องเที่ยวและบริการ ซึ่งรัฐบาลได้ให้ความสำคัญ ต่อภาคการท่องเที่ยวเป็นอย่างมากเมื่อเปรียบเทียบกับรัฐบาลชุดที่ผ่าน ๆ มา

ท่านประธานครับ เพื่อให้เป็นการเข้าใจอย่างเป็นระบบ กระผมขอย้อนไปถึงนโยบายของรัฐบาลที่เกี่ยวกับภาคการท่องเที่ยว เพื่อจะได้ชี้ประเด็นให้เห็นว่าการจัดสรรงบประมาณในปีนี้สอดคล้องกันหรือไม่ อย่างไร

ท่านประธานครับ งบประมาณในปีนี้กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาได้ตั้งไว้ 4,113,141,200.- บาท ซึ่งตามคำสัญญาที่รัฐบาลได้ให้ไว้กับพี่น้องประชาชนเมื่อครั้งแถลงนโยบายถือได้ว่าเป็นการจัดสรรงบประมาณที่สอดคล้องกับยุทธศาสตร์กับพันธกิจที่รัฐบาลได้วางไว้ ซึ่งกระผมเห็นด้วยเป็นอย่างยิ่งกับการจัดทำงบประมาณในครั้งนี้

ประเด็นที่ผมจะขอกล่าวถึงมีเพียงไม่กี่ประเด็นครับ

1. มาตรา 9 นี้ ได้กำหนดตั้งงบประมาณไว้เป็นจำนวน 4,113,141,200.- บาท

ที่น่าสนใจเป็นอย่างยิ่งคือ ข้อ 1 วงเล็บ 2 คืองบประมาณที่ตั้งไว้เพื่อใช้ในแผนงานปรับโครงสร้างเศรษฐกิจภาคการท่องเที่ยวและบริการเป็นจำนวน 479,063,500.- บาท ซึ่งผมจะขอชี้ให้ท่านประธานเห็นว่า ตรงครับท่านประธาน ตรงตามที่ได้แถลงไว้ในการแถลงนโยบาย ไม่ว่าจะเป็น

ข้อ 4.2.3.1 ที่ได้แถลงไว้ว่าจะขยายฐานภาคบริการในโครงสร้างการผลิตของประเทศ

ข้อ 4.2.3.2 ที่ได้แถลงไว้ในเรื่องของการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวทั้งของรัฐและเอกชนโดยรักษาและพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวเดิมที่มีอยู่แล้ว

ข้อ 4.2.3.3 ที่ได้แถลงไว้ว่าจะพัฒนามาตรฐานบริการด้านการท่องเที่ยว

ท่านประธานครับ ซึ่งจะเห็นได้ว่ารัฐบาลชุดนี้ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญต่อการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจภาคการท่องเที่ยวและบริการ เหตุผลก็เพราะว่าการที่จะให้ภาคการท่องเที่ยวเข้มแข็ง สร้างรายได้ให้กับประเทศอย่างมีหลักเกณฑ์ การปรับโครงสร้างเศรษฐกิจภาคการท่องเที่ยว จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งครับ

2. ในข้อ 3 วงเล็บ 1 ก็เช่นเดียวกันครับ ที่ได้จัดสรรงบประมาณในการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจภาคการท่องเที่ยวและบริการ ของสำนักงานพัฒนาการท่องเที่ยวเป็นจำนวน 741,072,600.- บาท ซึ่งผมไม่ขอกล่าวในประเด็นนี้ซ้ำอีก

3. ประเด็นที่ผมจะพูดในประเด็นนี้ ความคิดของกระผม ผมคิดว่าเป็นเรื่องที่สำคัญและเข้ากับสภาวการณ์ปัจจุบันได้ดีที่สุด เป็นการจัดทำงบประมาณที่บ่งชี้ให้เห็นว่ารัฐบาลนี้ได้เข้าใจสภาพสังคม เศรษฐกิจและการเมืองเป็นอย่างดี นั่นคือ

- ในข้อ 4 งบรายจ่ายอื่น ของสำนักงานปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ที่ได้จัดงบประมาณในส่วนของค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานโครงการช่วยเหลือด้านการเงินแก่ผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤติเศรษฐกิจและปัญหาภายในประเทศ เป็นจำนวน 122,750,000.- บาท (ร้อยกว่าล้านบาท)

ซึ่งผมเห็นใจท่านนายกรัฐมนตรีมาก เพราะถือว่าท่านเข้ามาบริหารประเทศในช่วงที่วิกฤติ แล้วถือได้ว่าวิกฤติจริง ๆ ครับ ท่านเข้ามาบริหารประเทศท่ามกลางวิกฤติที่เป็นผลมาจากการกระทำของการบริหารงานที่ผิดพลาดที่ผ่านมา ซึ่งผมจะไม่ขอกล่าวพาดพิงบุคคลใดเป็นที่ทราบกันดีอยู่

ดังนั้น ค่าใช้จ่ายเพื่อวัตถุประสงค์เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤติเศรษฐกิจและปัญหาภายในประเทศเป็นเรื่องที่น่ายินดี แทนพี่น้องประชาชนผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยว ที่รัฐบาลชุดนี้ได้ให้ความสำคัญเป็นอันมาก

ในเขตพื้นที่ของกระผม คือ จังหวัดกระบี่ และจังหวัดรอบข้างในฝั่งอันดามัน ไม่ว่าจะเป็นภูเก็ต ระนอง พังงา สตูล ต้องยอมรับครับว่าพี่น้องผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวได้รับผลกระทบจากวิกฤติเศรษฐกิจและปัญหาภายในประเทศมากครับ ถ้ารัฐบาลไปช่วยเหลือย่อมที่จะทำให้มีการลดภาวะผลกระทบได้อย่างแน่นอน

ท่านประธานครับ พี่น้องประชาชนในพื้นที่ของกระผม ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีศักยภาพด้านการท่องเที่ยว พี่น้องประชาชนได้รับประโยชน์จากการท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก หากการท่องเที่ยวมีการพัฒนาจนเกิดความเจริญรุกหน้า เข้มแข็งขึ้น หลีกเลี่ยงไม่ได้ครับ ที่ประโยชน์สุขก็จะเกิดกับพี่น้องประชาชน นักท่องเที่ยวมาก เศรษฐกิจโดยภาพรวมทั้งหมดก็จะดีขึ้นตามลำดับ ผลจึงเห็นด้วยเป็นอย่างยิ่งที่ได้จัดงบประมาณ ดำเนินการช่วยเหลือด้านการเงินแก่ผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤติเศรษฐกิจและปัญหาภายในประเทศ ผมเห็นด้วยเป็นอย่างยิ่ง

ท่านประธานครับ เหตุผลที่ผมขอปรับลดงบประมาณ ขอกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา 2% เหตุเพราะว่าผมติดใจในประเด็นการจัดสรรงบประมาณของสำนักงานพัฒนาการท่องเที่ยวในงบรายจ่ายอื่น เช่น ค่าจ้างที่ปรึกษาในด้านต่าง ๆ เช่น

- ค่าจ้างที่ปรึกษาด้านมาตรฐานบริการท่องเที่ยว

- ค่าจ้างที่ปรึกษาด้านมาตรฐานแหล่งท่องเที่ยว

- ค่าจ้างที่ปรึกษาเพื่อจัดทำแผนพัฒนาตามแหล่ง ท่องเที่ยวตามเส้นทางท่องเที่ยวตามเส้นทางเลียบฝั่ง แม่น้ำโขง

- ค่าจ้างที่ปรึกษาเพื่อพัฒนาศูนย์ข้อมูลกลางด้านแหล่ง ท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย

- ค่าจ้างที่ปรึกษาด้านการรักษาความปลอดภัยและ ให้บริการแก่นักท่องเที่ยว

ผมเห็นว่าเป็นงบประมาณที่ตั้งไว้มากเกินความจำเป็นเพราะผมยังมีความคิดว่าศักยภาพของข้าราชการของคณะกรรมการต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับท่องเที่ยว รวมทั้งฝ่ายการเมืองยังมีศักยภาพเพียงพอบางกรณีไม่จำเป็นต้องจ้างที่ปรึกษาด้วยซ้ำ เช่น

- ค่าจ้างที่ปรึกษาด้านการรักษาความปลอดภัยแก่ นักท่องเที่ยว พี่น้องตำรวจของเรายังมีศักยภาพน่าจะ

มีคำปรึกษาในด้านนี้ได้ ซึ่งรวมค่าจ้างที่ปรึกษาต่าง ๆ แล้ว รวม 32,950,000.- บาท

ผมคิดว่าน่าจะนำไปจัดทำโครงการอื่น ที่เป็นประโยชน์ เช่นการทำภาพยนตร์ อาจใช้ทำภาพยนตร์สั้นหรือยาวก็ได้ที่เกี่ยวข้องกับสถานที่ท่องเที่ยวต่าง ๆ ที่สวยงาม เพื่อนำไปประชาสัมพันธ์ทั้งในและต่างประเทศ ซึ่งหากทำอย่างจริงจังและเป็นระบบ น่าจะเป็นการเพิ่มศักยภาพด้านการท่องเที่ยวเมืองไทยเป็นอย่างมาก

สุดท้าย ผมในฐานะผู้แทนของพี่น้องประชาชนผมขอให้กำลังใจท่านนายกรัฐมนตรี นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ในการบริหารราชการบ้านเมือง เพื่อให้สำเร็จลุล่วงตามที่นายกรัฐมนตรีได้ตั้งเป้าหมายไว้ ผมเชื่อในความซื่อสัตย์ สุจริต ความมุ่งมั่น ความตั้งใจ ความสามารถ ของท่านนายกรัฐมนตรี ที่จะนำพาประเทศไปในทิศทางที่ดีขึ้น ผมในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและในฐานะที่แท้จริงคือราษฎร จะขอช่วยเหลือและสนับสนุนการบริหารประเทศของท่านนายกรัฐมนตรีโดยยึดประโยชน์สุขของพี่น้องประชาชนเป็นที่ตั้ง ขอบคุณครับ